เรซิ่นเอสเจตัวจริงเรื่องเรซิ่น มาตลอด 33 ปี
โทร :
, 02-379-4555
, 02-379-4575
เรซิ่นเอสเจตัวจริงเรื่องเรซิ่น มาตลอด 30 ปี

คำนวณเรซิ่น ยางซิลิโคน ไฟเบอร์กลาส ออนไลน์

ResinSJ

คำนวณวัสดุก่อนสั่งซื้อ

บอกเราว่าจะทำงานอะไร ขนาดเท่าไหร่ แล้วเราจะบอกว่าต้องใช้เรซิ่นกี่กิโล ผสมยังไง

จะทำงานแบบไหน

เลือกลักษณะงานที่ใกล้เคียงที่สุด

คำนวณเรซิ่นต้องใช้กี่กิโล คู่มือฉบับสมบูรณ์

คำถามที่ลูกค้า ResinSJ ถามเข้ามาบ่อยที่สุดคือ “งานขนาดเท่านี้ต้องใช้เรซิ่นกี่กิโล” คำถามนี้ตอบไม่ยาก แต่ถ้าคำนวณผิดจะเสียทั้งเงินและเวลา ผสมน้อยไปงานไม่เต็ม ผสมมากไปก็ทิ้งเปล่า บทความนี้รวมวิธีคำนวณและอัตราส่วนผสมของงานเรซิ่นทุกประเภทไว้ให้ครบ ใช้คู่กับเครื่องคำนวณด้านบนได้เลย

หลักการคำนวณปริมาณเรซิ่น

การคำนวณเรซิ่นมีแค่ 3 ขั้นตอน

  1. หาปริมาตรของชิ้นงาน จากขนาดกว้าง ยาว หนา
  2. แปลงปริมาตรเป็นน้ำหนัก โดยคูณด้วยความหนาแน่นของเรซิ่น
  3. บวกเผื่อส่วนที่สูญเสีย จากเรซิ่นที่ติดค้างในถ้วยผสมและไม้คน

สูตรหาปริมาตรตามรูปทรง

รูปทรงสูตรหาปริมาตร
สี่เหลี่ยมยาว × กว้าง × สูง
ทรงกลม / แผ่นกลมπ × รัศมี² × ความหนา
ทรงกระบอกπ × รัศมี² × ความสูง
ทรงกรวยπ × รัศมี² × ความสูง ÷ 3
พีระมิดพื้นที่ฐาน × ความสูง ÷ 3

ถ้าชิ้นงานเป็นทรงแปลกที่ไม่เข้าสูตรไหนเลย ให้ประมาณเป็นกล่องสี่เหลี่ยมที่ครอบชิ้นงานพอดี แล้วหักลบส่วนที่เป็นช่องว่างออกด้วยสายตา วิธีนี้ให้ตัวเลขที่ใช้งานได้จริงและปลอดภัยกว่าการเดา

ควรเผื่อเรซิ่นเท่าไหร่

เรซิ่นจะติดค้างที่ผนังถ้วยผสมและไม้คนเสมอ ไม่ว่าจะกวาดดีแค่ไหน

  • งานชิ้นเล็ก เผื่อประมาณ 20% เพราะสัดส่วนที่ติดภาชนะเทียบกับปริมาณรวมสูง
  • งานชิ้นใหญ่ ลดเหลือ 10% ได้ เพราะปริมาณที่ติดภาชนะเท่าเดิมแต่งานใหญ่ขึ้น

เทคนิคประมาณปริมาณจากชิ้นงานเดิม

ถ้าเคยทำงานลักษณะใกล้เคียงกันมาก่อน วิธีที่แม่นที่สุดคือเอาชิ้นงานเก่ามาชั่งน้ำหนัก แล้วใช้ตัวเลขนั้นเป็นฐานอ้างอิง วิธีนี้แม่นกว่าการคำนวณจากสูตร เพราะรวมส่วนที่สูญเสียจริงในกระบวนการทำงานเข้าไปแล้ว

เลือกเรซิ่นกล๊าสรุ่นไหนดี

อีพ็อกซี่เรซิ่นของ ResinSJ แต่ละรุ่นออกแบบมาสำหรับงานคนละแบบ เลือกให้ตรงกับงานจะได้ผลลัพธ์ดีกว่าและประหยัดกว่า

รุ่นอัตราส่วน A:Bเหมาะกับงาน
เรซิ่นกล๊าส 011 1 : 1 งานทั่วไป หล่อบาง งานเคลือบ ยอมรับฟองอากาศเล็กน้อยได้
เรซิ่นกล๊าส 011+ 1 : 1 งานหล่อใสที่ไม่อยากให้มีฟอง เนื้อเหลวกว่าจึงไล่ฟองได้ดี ใสที่สุดในกลุ่ม
เรซิ่นกล๊าส 021 2 : 1 งานหล่อหนาระดับกลาง
เรซิ่นกล๊าส 021+ 2 : 1 งานหล่อหนามาก สูงสุดถึง 20 ซม. หรือประมาณ 5 กก. ต่อครั้งโดยไม่แตกร้าว เนื้อออกเหลืองกว่า จึงเหมาะกับงานผสมสี
เรซิ่นกล๊าส 021C 2 : 1 รุ่นใหม่ล่าสุด ใส หล่อหนาได้มาก เซ็ตตัวช้ามาก เหมาะกับงานที่ต้องการเวลาทำงานยาว

สรุปสั้น ๆ ว่าเลือกตัวไหน

  • อยากได้ งานใสไร้ฟอง ที่ไม่หนามาก เลือก 011+
  • ทำ งานหล่อหนา หรือโต๊ะริเวอร์ เลือก 021+ หรือ 021C
  • ทำ งานเคลือบผิว หรืองานทั่วไปที่ไม่ซีเรียสเรื่องฟอง เลือก 011

อัตราส่วนผสมอีพ็อกซี่เรซิ่น

รหัสสินค้าบอกอัตราส่วนอยู่ในตัวเอง รุ่นที่ขึ้นต้นด้วย 011 ผสม Part A 1 ส่วนต่อ Part B 1 ส่วน ส่วนรุ่นที่ขึ้นต้นด้วย 021 ผสม Part A 2 ส่วนต่อ Part B 1 ส่วน

ข้อสำคัญที่สุด คือต้องชั่งด้วยเครื่องชั่งดิจิทัลเท่านั้น ห้ามใช้การตวง เพราะ Part A มีความหนาแน่นมากกว่า Part B การตวงด้วยถ้วยจะได้สัดส่วนที่คลาดเคลื่อน และไม่ควรปรับอัตราส่วนจากที่ผู้ผลิตกำหนดเกิน ±10% เพราะจะกระทบทั้งความแข็งแรง ความแข็ง และความสมบูรณ์ของการเซ็ตตัว

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุดคือรุ่น 021 ที่ลูกค้าเข้าใจสลับกันเป็น A 1 ส่วนต่อ B 2 ส่วน ผลคือเรซิ่นไม่แข็งตัวสมบูรณ์ ชิ้นงานออกมานิ่มหรือเหนียวติดมือ ตรวจสอบอัตราส่วนก่อนผสมทุกครั้ง

เทคนิคการคนให้เข้ากัน

  • คนไปในทิศทางเดียวกันต่อเนื่อง เช่น ตามเข็มนาฬิกาอย่างเดียว
  • อย่ายกไม้ขึ้นลงหรือตีแรงเหมือนตีไข่ เพราะจะดึงอากาศเข้าไปเป็นฟองในเนื้อเรซิ่น
  • ขูดขอบข้างและก้นภาชนะให้ทั่ว จุดนี้คือสาเหตุอันดับหนึ่งของอาการเรซิ่นแห้งไม่สม่ำเสมอ
  • ใช้เวลาคนประมาณ 3 นาที เมื่อเข้ากันดีแล้วความขุ่นเป็นใยจะหายไป ถ้าขูดขอบภาชนะแล้วยังเห็นเป็นเยื่อใส แปลว่ายังคนไม่พอ

โพลีเอสเตอร์เรซิ่น โคบอลต์และตัวเร่ง

โพลีเอสเตอร์เรซิ่นต่างจากอีพ็อกซี่ตรงที่ต้องผสมทั้งโคบอลต์และตัวเร่ง (MEKP) เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาเซ็ตตัว

สารอัตราส่วนมาตรฐานต่อเรซิ่น 1 กก.
โคบอลต์0.1%1 กรัม หรือประมาณ 20 หยด
ตัวเร่ง MEKP0.5% (ปรับได้ถึง 2%)5 กรัม หรือประมาณ 100 หยด

ของเหลวประมาณ 1 กรัมเท่ากับ 20 หยด ใช้เทียบเวลาไม่มีเครื่องชั่งละเอียดได้ ปริมาณตัวเร่งปรับเพิ่มได้เมื่อมีความชำนาญและมั่นใจว่าทำงานทันก่อนเรซิ่นเริ่มเซ็ตตัว หรือในกรณีที่เติมสารเติมแต่งลงไปมากจนทำให้การเซ็ตตัวช้าลง

มีข้อยกเว้นสองกรณี เรซิ่นนิ่ม ใช้โคบอลต์ 0.2% ส่วน เรซิ่นออกใสพิเศษ ไม่ต้องเติมโคบอลต์เลย เพราะผสมโคบอลต์แบบใสมาจากโรงงานแล้ว

ลำดับการผสมที่ปลอดภัย

ห้ามผสมโคบอลต์กับตัวเร่งเข้าด้วยกันโดยตรงเด็ดขาด เพราะอาจเกิดความร้อนสูงและควันไฟได้ ลำดับที่ถูกต้องคือ

  1. ใส่โคบอลต์ลงในเรซิ่น คนให้เข้ากันจนทั่ว
  2. จากนั้นจึงใส่ตัวเร่งเป็นลำดับสุดท้าย

อีกเรื่องที่ควรรู้ เรซิ่นที่ผสมโคบอลต์แล้วจะมีอายุการเก็บเหลือเพียง 1–4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่เก็บ ทาง ResinSJ จึงถามลูกค้าทุกครั้งว่าต้องการให้ผสมโคบอลต์ให้ฟรีหรือไม่

ผิวเหนียวของโพลีเอสเตอร์แก้ได้

โพลีเอสเตอร์เรซิ่นเมื่อเซ็ตตัวจะมีผิวหน้าเหนียวเหนอะหนะ เกิดจากออกซิเจนเข้าไปขัดขวางการแข็งตัว แก้ได้ด้วยการล้างและขัดออก หรือผสม Monowax 0.5–2% ลงไปในชั้นสุดท้าย พาราฟินแว็กซ์จะลอยขึ้นมาเรียงตัวปิดผิว กันออกซิเจน ทำให้ผิวเงาไม่เหนียว ทนน้ำได้ดีขึ้น และไม่เกิดคราบขาวเวลาโดนน้ำ

งานทำแม่พิมพ์

การคำนวณแม่พิมพ์ต่างจากงานหล่อทั่วไป เพราะต้องหักปริมาตรของต้นแบบออก สูตรคือ

ปริมาตรซิลิโคนที่ต้องใช้ = ปริมาตรภาชนะ − ปริมาตรต้นแบบ

ถ้าต้นแบบมีรูปทรงซับซ้อนจนคำนวณไม่ได้ ให้จุ่มต้นแบบลงในน้ำแล้ววัดว่าน้ำล้นออกมากี่มิลลิลิตร ตัวเลขนั้นคือปริมาตรของต้นแบบพอดี

วัสดุอัตราส่วนลักษณะเด่น
ยางซิลิโคนแบบดั้งเดิมผสมตัวฮาร์ด 3%ราคาประหยัด ใช้งานทั่วไป
ยางซิลิโคนใสนางฟ้าPart A : Part B = 1 : 1เนื้อใส เห็นชิ้นงานข้างใน
ผงอัลจิเนตผง 1 ส่วน : น้ำ 2 ส่วนราคาถูกที่สุด แต่เซ็ตตัวเร็วมากและใช้ได้ครั้งเดียว

ข้อควรระวังสำหรับ ผงอัลจิเนต คือเวลา ผงอัลจิเนต 1 ถุงมี 450 กรัม ผสมกับน้ำ 900 มล. ต้องคนให้เร็วที่สุดภายใน 2 นาที และถ้าใกล้ครบเวลาแล้วยังผสมไม่เข้ากันดี ให้รีบเทลงภาชนะไปเลย อย่ามัวคนต่อจนเซ็ตตัวคาถ้วย

สำหรับซิลิโคน ถ้าต้นแบบมีผิวพรุนมาก ให้ทาวาสลีนแล้วเช็ดออกให้หมาด ๆ ก่อนเท และควรยึดต้นแบบติดกับก้นภาชนะให้แน่น ไม่งั้นต้นแบบจะลอยขึ้นตอนเทซิลิโคนลงไป

งานไฟเบอร์กลาส FRP ทำอย่างไร

งานไฟเบอร์กลาสแนะนำให้ใช้โพลีเอสเตอร์เรซิ่น เพราะราคาคุ้มค่า แข็งตัวเร็ว และเข้ากับใยแก้วได้ดี กระบวนการแบ่งเป็น 3 ขั้นชัดเจน

ขั้นที่ 1 ชั้นรองพื้น

ช่วยเพิ่มการยึดเกาะกับพื้นผิวเดิมและอุดรูพรุนขนาดเล็ก ผสมโพลีเอสเตอร์เรซิ่นกับ Monostyrene 5–10% เพื่อลดความหนืดให้ไหลซึมได้ดี พร้อมตัวเร่ง 0.5–2%

ขั้นที่ 2 ชั้นไฟเบอร์กลาส

วางใยแก้วแล้วชุบเรซิ่น ใช้ลูกกลิ้งเหล็กรีดไล่ฟองและกดให้เรซิ่นซึมผ่านใยแก้วจนทั่ว

  • ใช้เรซิ่นประมาณ 2–2.5 เท่า ของน้ำหนักใยแก้ว
  • งานทั่วไปนิยม 3 ชั้น ด้วยใยแก้วเบอร์ 450 g/m²
  • ผสมเรซิ่นทีละชั้นเท่านั้น ผสมรวมทีเดียวทั้งงานจะเซ็ตตัวก่อนทำเสร็จ

ขั้นที่ 3 ชั้นท็อปโค้ท

ชั้นปิดผิวสุดท้าย ทาหนาประมาณ 1 มม. ผสม Monowax 0.5% เพื่อให้ผิวแข็งตัวสมบูรณ์ ไม่เหนียว และเงางาม โดยไม่ต้องมาขัดผิวทีหลัง จำไว้ว่า Monowax ใส่เฉพาะชั้นสุดท้ายเท่านั้น ถ้าใส่ในชั้นล่างจะทำให้ชั้นถัดไปไม่ยึดเกาะ

เตรียมอะซิโตนไว้ล้างแปรงและลูกกลิ้งทันทีหลังใช้งาน ถ้าปล่อยให้เรซิ่นแห้งติดจะล้างไม่ออก

งานพื้นเรซิ่น Self Leveling

สำหรับงานพื้น มีสูตรลัดที่จำง่าย เรซิ่น 1 กิโลกรัม ทำพื้นได้ประมาณ 1 ตารางเมตร ที่ความหนา 1 มิลลิเมตร

ความหนาที่แนะนำสำหรับพื้น self leveling คือ 2–3 มิลลิเมตร เพราะถ้าเรซิ่นน้อยเกินไปจะเกิดแรงดึงตัวเข้าหากันระหว่างแห้ง ทำให้ผิวหน้าเป็นคลื่นหรือเว้าแหว่ง ที่ความหนา 3 มม. เรซิ่นจะปรับระนาบตัวเองได้ดีที่สุด

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้

เรซิ่นแห้งไม่สม่ำเสมอ มีจุดเหนียว

สาเหตุคือผสมไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะบริเวณขอบและก้นภาชนะ เรซิ่นส่วนที่ยังไม่เข้ากันถูกเทลงไปในชิ้นงานด้วย แก้ได้ 2 วิธี

  1. ล้างและซ่อม เช็ดเรซิ่นที่ไม่แห้งออกด้วยอะซิโตน ปล่อยให้แห้ง ขัดเปิดผิวเพื่อสร้างการยึดเกาะ แล้วผสมชุดใหม่เทซ้ำ เรซิ่นใหม่จะไหลเข้าไปเติมเต็มจนผิวกลับมาเรียบเงา แต่อาจเห็นรอยแบ่งชั้นบาง ๆ เมื่อมองจากด้านข้าง
  2. เททับด้านบน เหมาะกับงานที่ไม่เน้นความใสหรือความแข็งแรงเชิงโครงสร้าง เพราะภายในอาจยังมีเรซิ่นที่ไม่แข็งตัวหลงเหลืออยู่

เรซิ่นอ่อนตัว ยุบ ไม่เซ็ตตัวทั้งชิ้น

เกือบทั้งหมดเกิดจากอัตราส่วนผิด โดยเฉพาะรุ่น 021 ที่ผสมสลับเป็น 1:2 แทนที่จะเป็น 2:1 ตรวจสอบอัตราส่วนและใช้เครื่องชั่งที่แม่นยำทุกครั้ง

ฟองอากาศในชิ้นงาน

ฟองอากาศเกิดได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การขนส่ง การคน การผสมสี ไปจนถึงการเท โดยธรรมชาติฟองจะลอยขึ้นด้านบนเสมอ และมีเวลาลอยขึ้นประมาณ 30 นาทีก่อนเรซิ่นเริ่มเป็นเจล ดังนั้นยิ่งเทลงชิ้นงานได้เร็วเท่าไหร่ ฟองก็ยิ่งมีเวลาลอยออกมากขึ้นเท่านั้น

เรซิ่นเซ็ตตัวเร็วผิดปกติ

ปัจจัยที่ทำให้ Gel Time สั้นลง

  • ปริมาณที่ผสมต่อครั้ง ผสม 2 กก. อาจเริ่มแข็งใน 20 นาที ขณะที่ 1 กก. ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
  • ผงโลหะและผงมุก ผงทอง ผงเงิน ผงทองแดง เร่งปฏิกิริยาคายความร้อน บางกรณี Gel Time เหลือเพียง 15 นาที
  • อุณหภูมิห้อง ยิ่งร้อนยิ่งเซ็ตตัวเร็ว

ในทางกลับกัน วันที่ฝนตกหรือความชื้นสูง โดยเฉพาะงานโพลีเอสเตอร์ เวลาเซ็ตตัวอาจนานขึ้นถึง 2 เท่า และความชื้นยังอาจทำให้ผิวขุ่นหรือเป็นรอยด่างได้

เวลาในการทำงานและการแกะแม่พิมพ์

  • Working Time ประมาณ 30 นาทีก่อนเรซิ่นเริ่มเป็นเจล
  • เทชั้นถัดไป อีพ็อกซี่เทชั้นต่อไปได้หลังผ่านไปอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
  • ถอดออกจากแม่พิมพ์ ทำได้หลังผ่านไปอย่างน้อย 4 ชั่วโมง แต่ต้องระวังรอยนิ้วมือและรอยเล็บ
  • แข็งตัวสมบูรณ์ ภายใน 24 ชั่วโมง เมื่อครบแล้วใช้เล็บจิกจะไม่เกิดรอย

เทคนิคเพิ่มเติมจากหน้างานจริง

อยากให้สีเหมือนกันทุกครั้ง

ผสมสีลงใน Part A หรือ Part B ก่อน แล้วค่อยนำสองส่วนมาผสมกัน วิธีนี้ควบคุมเฉดสีให้สม่ำเสมอระหว่างการผลิตแต่ละรอบได้ดีกว่ามาก มีประโยชน์มากกับงานสีใสหรืองานที่ต้องหล่อหลายชั้น

Monostyrene ใช้ตอนไหน

Monostyrene ลดความหนืดของโพลีเอสเตอร์เรซิ่น ช่วยให้ซึมเข้าร่องและเนื้อผ้าได้ดี ผสมได้ไม่เกิน 20% และนิยมใช้ 5–10% ในชั้นแรกของงานเคฟล่าหรือไฟเบอร์ อย่างไรก็ตาม Monostyrene จะระเหยออกไปเมื่อเรซิ่นเซ็ตตัว ทำให้งานอาจหดหรือมีความแข็งแรงลดลง จึงไม่ควรใส่เกินความจำเป็น

คำถามที่พบบ่อย

เรซิ่น 1 กิโลกรัม เท่ากับกี่ลิตร

อีพ็อกซี่เรซิ่นที่ผสม Part A กับ Part B แล้วมีความหนาแน่นใกล้เคียงกับน้ำ ดังนั้นเรซิ่น 1 กิโลกรัมจะมีปริมาตรประมาณ 1 ลิตร ใช้ประมาณการคร่าว ๆ ได้เลย

ทำไมต้องชั่งน้ำหนัก ตวงไม่ได้เหรอ

ไม่ได้ เพราะ Part A มีความหนาแน่นมากกว่า Part B การตวงด้วยถ้วยจะได้สัดส่วนที่ผิดจากที่กำหนด ส่งผลให้เรซิ่นเซ็ตตัวไม่สมบูรณ์

ผสมเรซิ่นครั้งละมาก ๆ ได้ไหม

ยิ่งผสมมาก ปฏิกิริยาคายความร้อนยิ่งสูงและเซ็ตตัวเร็วขึ้น เรซิ่นกล๊าส 021+ รองรับได้ถึงประมาณ 5 กก. ต่อครั้งโดยไม่แตกร้าว แต่ถ้าเกินกว่านั้นแนะนำให้แบ่งผสมเป็นหลายชุด

หล่อหนาได้สูงสุดเท่าไหร่

เรซิ่นกล๊าส 021+ หล่อหนาได้สูงสุดประมาณ 20 เซนติเมตร ส่วนรุ่น 011 และ 011+ เหมาะกับงานที่ไม่หนามาก ถ้าต้องการหล่อหนากว่านั้นแนะนำให้แบ่งเทเป็นหลายชั้น โดยเว้นระยะอย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อชั้น

เรซิ่นผสมโคบอลต์แล้วเก็บได้นานแค่ไหน

ประมาณ 1–4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่จัดเก็บ ถ้ายังไม่ใช้ในเร็ว ๆ นี้ แนะนำให้เก็บแบบยังไม่ผสมโคบอลต์

คำนวณเสร็จแล้ว สั่งซื้อได้เลย

ใช้เครื่องคำนวณด้านบนเพื่อดูปริมาณที่ต้องใช้ทั้งหมด แล้วกดปุ่มคัดลอกสรุปส่งมาทางไลน์ ทีมงาน ResinSJ จะช่วยตรวจสอบตัวเลขและแนะนำสินค้าที่เหมาะกับงานของคุณ

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย LINE @resinsj

คำนวณเสร็จสามารถเลือกดูน้ำยาได้ที่ลิงค์นี้ คลิ๊ก

วิธีผสมอีพ็อกซี่เรซิ่น คำนวณ เรซิ่น

1.ชั่งตวง

ชั่งตวงปริมาณน้ำยาตามปริมาณที่ต้องการใช้งาน โดยเริ่มจาก Part A

สูตรคำนวณ เรซิ่น อีพ็อกซี่ ขั้นตอนที่ 1 ชั่งตวง

2.ผสมสี

ในกรณีที่อยากผสมสี ให้ผสมสีให้เสร็จก่อนจะผสมผสมกับ Part B มาผสมรวม

สูตรคำนวณ เรซิ่น อีพ็อกซี่ ขั้นตอนที่ 2 ผสมสี

3.ผสมสีให้เข้ากับน้ำยา

เมื่อเราทำการเทสีลงแล้วให้ทำการคนให้เข้ากัน ก่อนที่จะนำไปผสมกับ Part 2

สูตรคำนวณ เรซิ่น อีพ็อกซี่ ขั้นตอนที่ 3 ผสมสี

4.ไล่ฟอง

เมื่อผสมสีเข้ากันกับ Part A เสร็จแล้ว ให้ทำการไล่ฟองออกด้วยการใช้ไฟเป่าผ่านๆ ระวังอย่าแช่ไว้

สูตรคำนวณ เรซิ่น อีพ็อกซี่ ขั้นตอนที่ 4 ไล่ฟอง

5.ผสม Part B

เมื่อไล่ฟองออกไปแล้วให้ทำการผสมน้ำยา Part B ลงไป อัตราส่วนตามรุ่นที่เลือกใช้

สูตรคำนวณ เรซิ่น อีพ็อกซี่ ขั้นตอนที่ 5 ผสม Part B

6.คนให้เข้ากัน

เมื่อผสม Part B เข้าไปแล้ว ให้คนจนน้ำยาเริ่มเซ็ตตัว *ควรผสมเมื่อเริ่มใช้งานเท่านั้น

สูตรคำนวณ เรซิ่น อีพ็อกซี่ ขั้นตอนที่ 6 คนให้เข้ากัน

7.เทลงแบบ

เมื่อไล่ฟองออกไปแล้วให้ทำการผสมน้ำยา Part B ลงไป อัตราส่วนตามรุ่นที่เลือกใช้

สูตรคำนวณ เรซิ่น อีพ็อกซี่ ขั้นตอนที่ 7 เทลงแบบ

 

คลิป วิธีการผสม

บริษัท เอสเจ สินธุพันธ์เทรดดิ้ง จำกัด

โทรศัพท์ : 02-3794555 , 02-3794575 , 02-3794604

โทรศัพท์มือถือ : 088-2990267 , 086-3171747
Line ID : @resinsj
Facebook : เรซิ่น เอสเจลำสาลี

“งานเรซิ่น … นึกอะไรไม่ออก บอกเอสเจจร๊า”

รอบจัดส่ง