คำนวณวัสดุก่อนสั่งซื้อ
บอกเราว่าจะทำงานอะไร ขนาดเท่าไหร่ แล้วเราจะบอกว่าต้องใช้เรซิ่นกี่กิโล ผสมยังไง
จะทำงานแบบไหน
เลือกลักษณะงานที่ใกล้เคียงที่สุด
ใช้วัสดุตัวไหน
เลือกสินค้าที่จะใช้ ระบบจะคิดอัตราส่วนผสมให้เอง
รูปทรงและขนาดชิ้นงาน
เลือกทรงที่ใกล้เคียง ถ้าเป็นทรงแปลก ให้ประมาณเป็นกล่องที่ครอบชิ้นงานไว้
วัดง่าย ๆ ด้วยการจุ่มต้นแบบลงในน้ำ แล้วดูว่าน้ำล้นออกมากี่มิลลิลิตร
เรซิ่นจะติดค้างในถ้วยผสมและไม้คนเสมอ งานชิ้นเล็กแนะนำเผื่อ 20% งานใหญ่ลดเหลือ 10% ได้
เตรียมของได้เลย
ตัวเลขทั้งหมดอยู่ในสรุป ชั่งด้วยเครื่องชั่งดิจิทัลเสมอ ห้ามใช้การตวง
คำนวณเรซิ่นต้องใช้กี่กิโล คู่มือฉบับสมบูรณ์
คำถามที่ลูกค้า ResinSJ ถามเข้ามาบ่อยที่สุดคือ “งานขนาดเท่านี้ต้องใช้เรซิ่นกี่กิโล” คำถามนี้ตอบไม่ยาก แต่ถ้าคำนวณผิดจะเสียทั้งเงินและเวลา ผสมน้อยไปงานไม่เต็ม ผสมมากไปก็ทิ้งเปล่า บทความนี้รวมวิธีคำนวณและอัตราส่วนผสมของงานเรซิ่นทุกประเภทไว้ให้ครบ ใช้คู่กับเครื่องคำนวณด้านบนได้เลย
หลักการคำนวณปริมาณเรซิ่น
การคำนวณเรซิ่นมีแค่ 3 ขั้นตอน
- หาปริมาตรของชิ้นงาน จากขนาดกว้าง ยาว หนา
- แปลงปริมาตรเป็นน้ำหนัก โดยคูณด้วยความหนาแน่นของเรซิ่น
- บวกเผื่อส่วนที่สูญเสีย จากเรซิ่นที่ติดค้างในถ้วยผสมและไม้คน
สูตรหาปริมาตรตามรูปทรง
| รูปทรง | สูตรหาปริมาตร |
|---|---|
| สี่เหลี่ยม | ยาว × กว้าง × สูง |
| ทรงกลม / แผ่นกลม | π × รัศมี² × ความหนา |
| ทรงกระบอก | π × รัศมี² × ความสูง |
| ทรงกรวย | π × รัศมี² × ความสูง ÷ 3 |
| พีระมิด | พื้นที่ฐาน × ความสูง ÷ 3 |
ถ้าชิ้นงานเป็นทรงแปลกที่ไม่เข้าสูตรไหนเลย ให้ประมาณเป็นกล่องสี่เหลี่ยมที่ครอบชิ้นงานพอดี แล้วหักลบส่วนที่เป็นช่องว่างออกด้วยสายตา วิธีนี้ให้ตัวเลขที่ใช้งานได้จริงและปลอดภัยกว่าการเดา
ควรเผื่อเรซิ่นเท่าไหร่
เรซิ่นจะติดค้างที่ผนังถ้วยผสมและไม้คนเสมอ ไม่ว่าจะกวาดดีแค่ไหน
- งานชิ้นเล็ก เผื่อประมาณ 20% เพราะสัดส่วนที่ติดภาชนะเทียบกับปริมาณรวมสูง
- งานชิ้นใหญ่ ลดเหลือ 10% ได้ เพราะปริมาณที่ติดภาชนะเท่าเดิมแต่งานใหญ่ขึ้น
เทคนิคประมาณปริมาณจากชิ้นงานเดิม
ถ้าเคยทำงานลักษณะใกล้เคียงกันมาก่อน วิธีที่แม่นที่สุดคือเอาชิ้นงานเก่ามาชั่งน้ำหนัก แล้วใช้ตัวเลขนั้นเป็นฐานอ้างอิง วิธีนี้แม่นกว่าการคำนวณจากสูตร เพราะรวมส่วนที่สูญเสียจริงในกระบวนการทำงานเข้าไปแล้ว
เลือกเรซิ่นกล๊าสรุ่นไหนดี
อีพ็อกซี่เรซิ่นของ ResinSJ แต่ละรุ่นออกแบบมาสำหรับงานคนละแบบ เลือกให้ตรงกับงานจะได้ผลลัพธ์ดีกว่าและประหยัดกว่า
| รุ่น | อัตราส่วน A:B | เหมาะกับงาน |
|---|---|---|
| เรซิ่นกล๊าส 011 | 1 : 1 | งานทั่วไป หล่อบาง งานเคลือบ ยอมรับฟองอากาศเล็กน้อยได้ |
| เรซิ่นกล๊าส 011+ | 1 : 1 | งานหล่อใสที่ไม่อยากให้มีฟอง เนื้อเหลวกว่าจึงไล่ฟองได้ดี ใสที่สุดในกลุ่ม |
| เรซิ่นกล๊าส 021 | 2 : 1 | งานหล่อหนาระดับกลาง |
| เรซิ่นกล๊าส 021+ | 2 : 1 | งานหล่อหนามาก สูงสุดถึง 20 ซม. หรือประมาณ 5 กก. ต่อครั้งโดยไม่แตกร้าว เนื้อออกเหลืองกว่า จึงเหมาะกับงานผสมสี |
| เรซิ่นกล๊าส 021C | 2 : 1 | รุ่นใหม่ล่าสุด ใส หล่อหนาได้มาก เซ็ตตัวช้ามาก เหมาะกับงานที่ต้องการเวลาทำงานยาว |
สรุปสั้น ๆ ว่าเลือกตัวไหน
- อยากได้ งานใสไร้ฟอง ที่ไม่หนามาก เลือก 011+
- ทำ งานหล่อหนา หรือโต๊ะริเวอร์ เลือก 021+ หรือ 021C
- ทำ งานเคลือบผิว หรืองานทั่วไปที่ไม่ซีเรียสเรื่องฟอง เลือก 011
อัตราส่วนผสมอีพ็อกซี่เรซิ่น
รหัสสินค้าบอกอัตราส่วนอยู่ในตัวเอง รุ่นที่ขึ้นต้นด้วย 011 ผสม Part A 1 ส่วนต่อ Part B 1 ส่วน ส่วนรุ่นที่ขึ้นต้นด้วย 021 ผสม Part A 2 ส่วนต่อ Part B 1 ส่วน
ข้อสำคัญที่สุด คือต้องชั่งด้วยเครื่องชั่งดิจิทัลเท่านั้น ห้ามใช้การตวง เพราะ Part A มีความหนาแน่นมากกว่า Part B การตวงด้วยถ้วยจะได้สัดส่วนที่คลาดเคลื่อน และไม่ควรปรับอัตราส่วนจากที่ผู้ผลิตกำหนดเกิน ±10% เพราะจะกระทบทั้งความแข็งแรง ความแข็ง และความสมบูรณ์ของการเซ็ตตัว
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุดคือรุ่น 021 ที่ลูกค้าเข้าใจสลับกันเป็น A 1 ส่วนต่อ B 2 ส่วน ผลคือเรซิ่นไม่แข็งตัวสมบูรณ์ ชิ้นงานออกมานิ่มหรือเหนียวติดมือ ตรวจสอบอัตราส่วนก่อนผสมทุกครั้ง
เทคนิคการคนให้เข้ากัน
- คนไปในทิศทางเดียวกันต่อเนื่อง เช่น ตามเข็มนาฬิกาอย่างเดียว
- อย่ายกไม้ขึ้นลงหรือตีแรงเหมือนตีไข่ เพราะจะดึงอากาศเข้าไปเป็นฟองในเนื้อเรซิ่น
- ขูดขอบข้างและก้นภาชนะให้ทั่ว จุดนี้คือสาเหตุอันดับหนึ่งของอาการเรซิ่นแห้งไม่สม่ำเสมอ
- ใช้เวลาคนประมาณ 3 นาที เมื่อเข้ากันดีแล้วความขุ่นเป็นใยจะหายไป ถ้าขูดขอบภาชนะแล้วยังเห็นเป็นเยื่อใส แปลว่ายังคนไม่พอ
โพลีเอสเตอร์เรซิ่น โคบอลต์และตัวเร่ง
โพลีเอสเตอร์เรซิ่นต่างจากอีพ็อกซี่ตรงที่ต้องผสมทั้งโคบอลต์และตัวเร่ง (MEKP) เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาเซ็ตตัว
| สาร | อัตราส่วนมาตรฐาน | ต่อเรซิ่น 1 กก. |
|---|---|---|
| โคบอลต์ | 0.1% | 1 กรัม หรือประมาณ 20 หยด |
| ตัวเร่ง MEKP | 0.5% (ปรับได้ถึง 2%) | 5 กรัม หรือประมาณ 100 หยด |
ของเหลวประมาณ 1 กรัมเท่ากับ 20 หยด ใช้เทียบเวลาไม่มีเครื่องชั่งละเอียดได้ ปริมาณตัวเร่งปรับเพิ่มได้เมื่อมีความชำนาญและมั่นใจว่าทำงานทันก่อนเรซิ่นเริ่มเซ็ตตัว หรือในกรณีที่เติมสารเติมแต่งลงไปมากจนทำให้การเซ็ตตัวช้าลง
มีข้อยกเว้นสองกรณี เรซิ่นนิ่ม ใช้โคบอลต์ 0.2% ส่วน เรซิ่นออกใสพิเศษ ไม่ต้องเติมโคบอลต์เลย เพราะผสมโคบอลต์แบบใสมาจากโรงงานแล้ว
ลำดับการผสมที่ปลอดภัย
ห้ามผสมโคบอลต์กับตัวเร่งเข้าด้วยกันโดยตรงเด็ดขาด เพราะอาจเกิดความร้อนสูงและควันไฟได้ ลำดับที่ถูกต้องคือ
- ใส่โคบอลต์ลงในเรซิ่น คนให้เข้ากันจนทั่ว
- จากนั้นจึงใส่ตัวเร่งเป็นลำดับสุดท้าย
อีกเรื่องที่ควรรู้ เรซิ่นที่ผสมโคบอลต์แล้วจะมีอายุการเก็บเหลือเพียง 1–4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่เก็บ ทาง ResinSJ จึงถามลูกค้าทุกครั้งว่าต้องการให้ผสมโคบอลต์ให้ฟรีหรือไม่
ผิวเหนียวของโพลีเอสเตอร์แก้ได้
โพลีเอสเตอร์เรซิ่นเมื่อเซ็ตตัวจะมีผิวหน้าเหนียวเหนอะหนะ เกิดจากออกซิเจนเข้าไปขัดขวางการแข็งตัว แก้ได้ด้วยการล้างและขัดออก หรือผสม Monowax 0.5–2% ลงไปในชั้นสุดท้าย พาราฟินแว็กซ์จะลอยขึ้นมาเรียงตัวปิดผิว กันออกซิเจน ทำให้ผิวเงาไม่เหนียว ทนน้ำได้ดีขึ้น และไม่เกิดคราบขาวเวลาโดนน้ำ
งานทำแม่พิมพ์
การคำนวณแม่พิมพ์ต่างจากงานหล่อทั่วไป เพราะต้องหักปริมาตรของต้นแบบออก สูตรคือ
ปริมาตรซิลิโคนที่ต้องใช้ = ปริมาตรภาชนะ − ปริมาตรต้นแบบ
ถ้าต้นแบบมีรูปทรงซับซ้อนจนคำนวณไม่ได้ ให้จุ่มต้นแบบลงในน้ำแล้ววัดว่าน้ำล้นออกมากี่มิลลิลิตร ตัวเลขนั้นคือปริมาตรของต้นแบบพอดี
| วัสดุ | อัตราส่วน | ลักษณะเด่น |
|---|---|---|
| ยางซิลิโคนแบบดั้งเดิม | ผสมตัวฮาร์ด 3% | ราคาประหยัด ใช้งานทั่วไป |
| ยางซิลิโคนใสนางฟ้า | Part A : Part B = 1 : 1 | เนื้อใส เห็นชิ้นงานข้างใน |
| ผงอัลจิเนต | ผง 1 ส่วน : น้ำ 2 ส่วน | ราคาถูกที่สุด แต่เซ็ตตัวเร็วมากและใช้ได้ครั้งเดียว |
ข้อควรระวังสำหรับ ผงอัลจิเนต คือเวลา ผงอัลจิเนต 1 ถุงมี 450 กรัม ผสมกับน้ำ 900 มล. ต้องคนให้เร็วที่สุดภายใน 2 นาที และถ้าใกล้ครบเวลาแล้วยังผสมไม่เข้ากันดี ให้รีบเทลงภาชนะไปเลย อย่ามัวคนต่อจนเซ็ตตัวคาถ้วย
สำหรับซิลิโคน ถ้าต้นแบบมีผิวพรุนมาก ให้ทาวาสลีนแล้วเช็ดออกให้หมาด ๆ ก่อนเท และควรยึดต้นแบบติดกับก้นภาชนะให้แน่น ไม่งั้นต้นแบบจะลอยขึ้นตอนเทซิลิโคนลงไป
งานไฟเบอร์กลาส FRP ทำอย่างไร
งานไฟเบอร์กลาสแนะนำให้ใช้โพลีเอสเตอร์เรซิ่น เพราะราคาคุ้มค่า แข็งตัวเร็ว และเข้ากับใยแก้วได้ดี กระบวนการแบ่งเป็น 3 ขั้นชัดเจน
ขั้นที่ 1 ชั้นรองพื้น
ช่วยเพิ่มการยึดเกาะกับพื้นผิวเดิมและอุดรูพรุนขนาดเล็ก ผสมโพลีเอสเตอร์เรซิ่นกับ Monostyrene 5–10% เพื่อลดความหนืดให้ไหลซึมได้ดี พร้อมตัวเร่ง 0.5–2%
ขั้นที่ 2 ชั้นไฟเบอร์กลาส
วางใยแก้วแล้วชุบเรซิ่น ใช้ลูกกลิ้งเหล็กรีดไล่ฟองและกดให้เรซิ่นซึมผ่านใยแก้วจนทั่ว
- ใช้เรซิ่นประมาณ 2–2.5 เท่า ของน้ำหนักใยแก้ว
- งานทั่วไปนิยม 3 ชั้น ด้วยใยแก้วเบอร์ 450 g/m²
- ผสมเรซิ่นทีละชั้นเท่านั้น ผสมรวมทีเดียวทั้งงานจะเซ็ตตัวก่อนทำเสร็จ
ขั้นที่ 3 ชั้นท็อปโค้ท
ชั้นปิดผิวสุดท้าย ทาหนาประมาณ 1 มม. ผสม Monowax 0.5% เพื่อให้ผิวแข็งตัวสมบูรณ์ ไม่เหนียว และเงางาม โดยไม่ต้องมาขัดผิวทีหลัง จำไว้ว่า Monowax ใส่เฉพาะชั้นสุดท้ายเท่านั้น ถ้าใส่ในชั้นล่างจะทำให้ชั้นถัดไปไม่ยึดเกาะ
เตรียมอะซิโตนไว้ล้างแปรงและลูกกลิ้งทันทีหลังใช้งาน ถ้าปล่อยให้เรซิ่นแห้งติดจะล้างไม่ออก
งานพื้นเรซิ่น Self Leveling
สำหรับงานพื้น มีสูตรลัดที่จำง่าย เรซิ่น 1 กิโลกรัม ทำพื้นได้ประมาณ 1 ตารางเมตร ที่ความหนา 1 มิลลิเมตร
ความหนาที่แนะนำสำหรับพื้น self leveling คือ 2–3 มิลลิเมตร เพราะถ้าเรซิ่นน้อยเกินไปจะเกิดแรงดึงตัวเข้าหากันระหว่างแห้ง ทำให้ผิวหน้าเป็นคลื่นหรือเว้าแหว่ง ที่ความหนา 3 มม. เรซิ่นจะปรับระนาบตัวเองได้ดีที่สุด
ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้
เรซิ่นแห้งไม่สม่ำเสมอ มีจุดเหนียว
สาเหตุคือผสมไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะบริเวณขอบและก้นภาชนะ เรซิ่นส่วนที่ยังไม่เข้ากันถูกเทลงไปในชิ้นงานด้วย แก้ได้ 2 วิธี
- ล้างและซ่อม เช็ดเรซิ่นที่ไม่แห้งออกด้วยอะซิโตน ปล่อยให้แห้ง ขัดเปิดผิวเพื่อสร้างการยึดเกาะ แล้วผสมชุดใหม่เทซ้ำ เรซิ่นใหม่จะไหลเข้าไปเติมเต็มจนผิวกลับมาเรียบเงา แต่อาจเห็นรอยแบ่งชั้นบาง ๆ เมื่อมองจากด้านข้าง
- เททับด้านบน เหมาะกับงานที่ไม่เน้นความใสหรือความแข็งแรงเชิงโครงสร้าง เพราะภายในอาจยังมีเรซิ่นที่ไม่แข็งตัวหลงเหลืออยู่
เรซิ่นอ่อนตัว ยุบ ไม่เซ็ตตัวทั้งชิ้น
เกือบทั้งหมดเกิดจากอัตราส่วนผิด โดยเฉพาะรุ่น 021 ที่ผสมสลับเป็น 1:2 แทนที่จะเป็น 2:1 ตรวจสอบอัตราส่วนและใช้เครื่องชั่งที่แม่นยำทุกครั้ง
ฟองอากาศในชิ้นงาน
ฟองอากาศเกิดได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การขนส่ง การคน การผสมสี ไปจนถึงการเท โดยธรรมชาติฟองจะลอยขึ้นด้านบนเสมอ และมีเวลาลอยขึ้นประมาณ 30 นาทีก่อนเรซิ่นเริ่มเป็นเจล ดังนั้นยิ่งเทลงชิ้นงานได้เร็วเท่าไหร่ ฟองก็ยิ่งมีเวลาลอยออกมากขึ้นเท่านั้น
เรซิ่นเซ็ตตัวเร็วผิดปกติ
ปัจจัยที่ทำให้ Gel Time สั้นลง
- ปริมาณที่ผสมต่อครั้ง ผสม 2 กก. อาจเริ่มแข็งใน 20 นาที ขณะที่ 1 กก. ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
- ผงโลหะและผงมุก ผงทอง ผงเงิน ผงทองแดง เร่งปฏิกิริยาคายความร้อน บางกรณี Gel Time เหลือเพียง 15 นาที
- อุณหภูมิห้อง ยิ่งร้อนยิ่งเซ็ตตัวเร็ว
ในทางกลับกัน วันที่ฝนตกหรือความชื้นสูง โดยเฉพาะงานโพลีเอสเตอร์ เวลาเซ็ตตัวอาจนานขึ้นถึง 2 เท่า และความชื้นยังอาจทำให้ผิวขุ่นหรือเป็นรอยด่างได้
เวลาในการทำงานและการแกะแม่พิมพ์
- Working Time ประมาณ 30 นาทีก่อนเรซิ่นเริ่มเป็นเจล
- เทชั้นถัดไป อีพ็อกซี่เทชั้นต่อไปได้หลังผ่านไปอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
- ถอดออกจากแม่พิมพ์ ทำได้หลังผ่านไปอย่างน้อย 4 ชั่วโมง แต่ต้องระวังรอยนิ้วมือและรอยเล็บ
- แข็งตัวสมบูรณ์ ภายใน 24 ชั่วโมง เมื่อครบแล้วใช้เล็บจิกจะไม่เกิดรอย
เทคนิคเพิ่มเติมจากหน้างานจริง
อยากให้สีเหมือนกันทุกครั้ง
ผสมสีลงใน Part A หรือ Part B ก่อน แล้วค่อยนำสองส่วนมาผสมกัน วิธีนี้ควบคุมเฉดสีให้สม่ำเสมอระหว่างการผลิตแต่ละรอบได้ดีกว่ามาก มีประโยชน์มากกับงานสีใสหรืองานที่ต้องหล่อหลายชั้น
Monostyrene ใช้ตอนไหน
Monostyrene ลดความหนืดของโพลีเอสเตอร์เรซิ่น ช่วยให้ซึมเข้าร่องและเนื้อผ้าได้ดี ผสมได้ไม่เกิน 20% และนิยมใช้ 5–10% ในชั้นแรกของงานเคฟล่าหรือไฟเบอร์ อย่างไรก็ตาม Monostyrene จะระเหยออกไปเมื่อเรซิ่นเซ็ตตัว ทำให้งานอาจหดหรือมีความแข็งแรงลดลง จึงไม่ควรใส่เกินความจำเป็น
คำถามที่พบบ่อย
เรซิ่น 1 กิโลกรัม เท่ากับกี่ลิตร
อีพ็อกซี่เรซิ่นที่ผสม Part A กับ Part B แล้วมีความหนาแน่นใกล้เคียงกับน้ำ ดังนั้นเรซิ่น 1 กิโลกรัมจะมีปริมาตรประมาณ 1 ลิตร ใช้ประมาณการคร่าว ๆ ได้เลย
ทำไมต้องชั่งน้ำหนัก ตวงไม่ได้เหรอ
ไม่ได้ เพราะ Part A มีความหนาแน่นมากกว่า Part B การตวงด้วยถ้วยจะได้สัดส่วนที่ผิดจากที่กำหนด ส่งผลให้เรซิ่นเซ็ตตัวไม่สมบูรณ์
ผสมเรซิ่นครั้งละมาก ๆ ได้ไหม
ยิ่งผสมมาก ปฏิกิริยาคายความร้อนยิ่งสูงและเซ็ตตัวเร็วขึ้น เรซิ่นกล๊าส 021+ รองรับได้ถึงประมาณ 5 กก. ต่อครั้งโดยไม่แตกร้าว แต่ถ้าเกินกว่านั้นแนะนำให้แบ่งผสมเป็นหลายชุด
หล่อหนาได้สูงสุดเท่าไหร่
เรซิ่นกล๊าส 021+ หล่อหนาได้สูงสุดประมาณ 20 เซนติเมตร ส่วนรุ่น 011 และ 011+ เหมาะกับงานที่ไม่หนามาก ถ้าต้องการหล่อหนากว่านั้นแนะนำให้แบ่งเทเป็นหลายชั้น โดยเว้นระยะอย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อชั้น
เรซิ่นผสมโคบอลต์แล้วเก็บได้นานแค่ไหน
ประมาณ 1–4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่จัดเก็บ ถ้ายังไม่ใช้ในเร็ว ๆ นี้ แนะนำให้เก็บแบบยังไม่ผสมโคบอลต์
คำนวณเสร็จแล้ว สั่งซื้อได้เลย
ใช้เครื่องคำนวณด้านบนเพื่อดูปริมาณที่ต้องใช้ทั้งหมด แล้วกดปุ่มคัดลอกสรุปส่งมาทางไลน์ ทีมงาน ResinSJ จะช่วยตรวจสอบตัวเลขและแนะนำสินค้าที่เหมาะกับงานของคุณ
ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย LINE @resinsj
คำนวณเสร็จสามารถเลือกดูน้ำยาได้ที่ลิงค์นี้ คลิ๊ก

1.ชั่งตวง
ชั่งตวงปริมาณน้ำยาตามปริมาณที่ต้องการใช้งาน โดยเริ่มจาก Part A

2.ผสมสี
ในกรณีที่อยากผสมสี ให้ผสมสีให้เสร็จก่อนจะผสมผสมกับ Part B มาผสมรวม

3.ผสมสีให้เข้ากับน้ำยา
เมื่อเราทำการเทสีลงแล้วให้ทำการคนให้เข้ากัน ก่อนที่จะนำไปผสมกับ Part 2

4.ไล่ฟอง
เมื่อผสมสีเข้ากันกับ Part A เสร็จแล้ว ให้ทำการไล่ฟองออกด้วยการใช้ไฟเป่าผ่านๆ ระวังอย่าแช่ไว้

5.ผสม Part B
เมื่อไล่ฟองออกไปแล้วให้ทำการผสมน้ำยา Part B ลงไป อัตราส่วนตามรุ่นที่เลือกใช้

6.คนให้เข้ากัน
เมื่อผสม Part B เข้าไปแล้ว ให้คนจนน้ำยาเริ่มเซ็ตตัว *ควรผสมเมื่อเริ่มใช้งานเท่านั้น

7.เทลงแบบ
เมื่อไล่ฟองออกไปแล้วให้ทำการผสมน้ำยา Part B ลงไป อัตราส่วนตามรุ่นที่เลือกใช้

บริษัท เอสเจ สินธุพันธ์เทรดดิ้ง จำกัด
โทรศัพท์ : 02-3794555 , 02-3794575 , 02-3794604
โทรศัพท์มือถือ : 088-2990267 , 086-3171747
Line ID : @resinsj
Facebook : เรซิ่น เอสเจลำสาลี
“งานเรซิ่น … นึกอะไรไม่ออก บอกเอสเจจร๊า”








