โทร  : 0863171747

เข้าสู่ระบบ

เปรียบเทียบคุณสมบัติของระบบ FRP และเหล็ก

เปรียบเทียบแหล็กfrp

เหล็กเป็นวัสดุที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในเกือบทุกด้านของวิศวกรรม – ในชั้นโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม เครื่องกล งานโยธา เหล็กมีความแข็งแรงสูงและเป็นวัสดุที่นิยมมาก แต่ก็ยังมีการแทนที่การใช้งานเหล็ก ด้วยวัสดุพอลิเมอร์เสริมแรงด้วยไฟเบอร์ (FRPสำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่า FRP คืออะไร สามารถอ่านได้ที่นี่ ที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน แม้ว่าเหล็กจะมีข้อดีหลายประการ แต่ก็มีข้อเสียหลายประการที่ทำให้ไม่เหมาะสมกับบางระบบ อีกทั้งวัสดุ FRP สามารถเลือกใส่สารเติมแต่งเพื่อเพิ่มคุณสมบัติได้

เหล็กเกิดการกัดกร่อนได้ง่ายมาก การเกิดออกซิเดชันและการกัดกร่อนของสารเคมีเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเหล็ก ระบบ FRP จึงมีบทความสำคัญที่จะมาแทนที่เหล็ก ระบบ FRP ทนทานต่อสารเคมีได้หลากหลาย รวมถึงไม่ได้รับผลกระทบจากความชื้น,ไอน้ำหรือการแช่น้ำ (First Contamination) ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในทะเลหรือใช้สัมผัสกับสารเคมี ใช้สำหรับการทำแทงค์เก็บน้ำหรือถังบำบัดน้ำเสีย นอกจากนี้ระบบ FRP ยังสามารถใส่สารเติมแต่ง (Additive) ทำให้เปลี่ยนคุณสมบัติได้ เช่นเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อนให้มากขึ้น (Corrosion Resistance) สารหน่วงการติดไฟ (Flame Retardant) หรือเพิ่มความทนทานต่ออุณหภูมิให้สูงขึ้น (Temperature Resistance)

เมื่อเทียบน้ำหนักต่อน้ำหนัก วัสดุ FRP จะแข็งแรงกว่าเหล็กและมีน้ำหนักเบามาก เมื่อมีน้ำหนักเบา จึงช่วยลดภาระของติดตั้งได้ ประหยัดเวลา และลดต้นทุนในการติดตั้ง

ราคาอาจเป็นหนึ่งในข้อพิจารณาที่สำคัญที่สุดเมื่อเปรียบเทียบวัสดุสำหรับโครงการ เมื่อเราเปรียบเทียบกันตรงๆ เหล็กมีต้นทุนวัสดุเริ่มต้นที่ต่ำกว่า แต่เมื่อเราพิจารณาค่าใช้จ่ายทั้งหมด ระบบ FRP จะมีราคาที่ถูกกว่าและประหยัดกว่ามาก เนื่องจากค่าบำรุงรักษาน้อยกว่า และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่ามาก ส่งผลให้ต้นทุนโดยรวมถูกกว่าเมื่อเวลาผ่านไป

เหล็กมีค่าการนำไฟฟ้าและการนำความร้อนสูง ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่อย่างไรวัสดุ FRP มีการนำความร้อนต่ำและมีค่าการนำไฟฟ้าเป็นศูนย์ ยกตัวอย่างเช่นการทำถังเก็บน้ำ เมื่อถังเป็นฉนวนความร้อน จึงมีการถ่ายโอนความร้อนที่ไม่ดี จึงช่วยรักษาอุณหภูมิของน้ำไม่ให้ผันผวนไปตามอุณหภูมิสิ่งแวดล้อม

ข้อสุดท้าย เมื่อเราเปรียบเทียบความง่ายในการก่อสร้าง วัสดุ FRP สามารถสร้างในพื้นที่ก่อสร้างได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องเชื่อมหรือเครื่องหัวตัดพลาสมา นอกจากนี้ยังง่ายต่อการสร้างเป็นรูปทรงที่สลับซับซ้อนได้ง่ายกว่า

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ ระหว่าง เหล็ก กับ FRP และ อลูมิเนียม
คุณสมบัติวัสดุ FRPเหล็กอลูมิเนียม
การทนต่อสารเคมีทนต่อสารเคมีได้หลากหลายและไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำหากไม่ต้องการให้เกิดออกซิเดชันและการกัดกร่อนจำเป็นต้องมีการชุบสังกะสี – ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีราคาแพงและซับซ้อนอาจเกิดการผุกร่อนแบบกัลวานิก
ความแข็งแรง

เมื่อเทียบน้ำหนักต่อน้ำหนักจะมีความแข็งแรงกว่าเหล็กและอลูมิเนียม ที่แรงอัด – 206.5 เมกะปาสคาล

ค่าแรงอัด – 248.22 เมกะปาสคาล

ค่าแรงอัด – 241.325เมกะปาสคาล

น้ำหนักน้ำหนัก 25% ของเหล็กและ 70% ของอลูมิเนียมมีน้ำหนักมาก ใช้อุปกรณ์ในการยก ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุ FRP จึงช่วยลดต้นทุนน้ำหนัก 33% ของเหล็ก
การนำไฟฟ้าที่ไม่นำไฟฟ้าต้องต่อสายดินเนื่องจากมีการนำไฟฟ้าสูงต้องต่อสายดินเนื่องจากมีการนำไฟฟ้าสูง
การนำความร้อนการนำความร้อนต่ำและมีค่าการนำไฟฟ้าเป็นศูนย์ค่าการนำความร้อนสูงค่าการนำความร้อนสูง
ทนต่อแรงกระแทกไม่ทำให้เสียรูปถาวรภายใต้แรงกระแทกสามารถเปลี่ยนรูปถาวรได้สามารถเปลี่ยนรูปถาวรได้
ราคาค่าใช้จ่ายในการติดตั้งที่ต่ำกว่า การบำรุงรักษาที่น้อยกว่า อายุการใช้งานที่ยาวกว่า ทำให้เป็นราคาที่คุ้มค่า

มีราคาถูกที่สุด

ราคาใกล้เคียงกับวัสดุ FRP

การก่อสร้างสามารถผลิตได้ง่าย และออกแบบรูปร่างซับซ้อนได้ง่ายกว่ามักต้องใช้เครื่องมือเชื่อมและตัดในการก่อสร้างสามารถตัดเป็นรูปร่างได้ง่าย